เวลาอากาศดีๆอย่างนี้
ทำให้คิดถึงวันเก่าๆอีกแล้ว
จำได้ว่าตอนเด็กๆช่วงปิดเทอม ใกล้สงกรานต์ทีไร
จะมีโอกาสไปไหว้ ปู่ย่า ที่บ้านชานเมืองทุกที
เราเรียกที่นั่นว่า "บ้านปู่"
ที่บ้านปู่ มีลักษณะเป็นสวนผลไม้
เวลาจะเข้าอาณาบริเวณบ้านทีก็เหมือนเล่นเกม "การทรงตัว"
เพราะ จะมีสะพานข้ามคลองซึ่งทำจากไม้กระดาน 2 แผ่น รวมกันกว้างประมาณ 1 ก้าวผู้ใหญ่
ตอนนั้นชอบมาก ชอบวิ่งข้าม ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันนึกตอนนี้ยังขำ
ส่วนผู้ใหญ่ก็ค่อยๆ เนื่องจากไม้รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 3 คนมั้ง (คิดว่านะ)
แต่ปู่เคยเล่าว่า เวลาหน้าน้ำแห้ง ในคลองจะเป็นตม ใครพลาดตกลงไปก็ดำเม้เลยล่ะ (ดำทั้งตัว)
เลยสะพานไม้ไป ก็จะเจอองครักษ์พิทักษ์บ้าน นั่นคือ หมาน้อยไล่ระดับอายุกันไป 3 ตัว
เห่ากันสุดๆ และแล้วก็ถึงเวลาองครักษ์พิทักษ์คนบ้าง ก็พ่อเราเอง พอมันได้ยินเสียงพ่อก็เงียบกันหมด
เหมือนไม่มีหมาอยู่สักตัว เฮ้อ! รอดตัว
พอเจอปู่กับย่า ปู่ก็มักจะชวนเข้าสวน เพราะจะไปตัดกล้วย สวนปู่จะอยู่เลยตัวบ้านไป
ปู่ บอกว่า แบ่งสวนไว้ให้ ตรงนี้สวนเรา ตรงนั้นสวนน้องเรา อิ อิ
สวนของเราจะเป็นมะม่วงอกร่อง ซะเป็นส่วนใหญ่ (อร่อย
)
เวลาออกไปสวนกับปู่ เราชอบมองท้องร่อง (ขุดไว้เป็นแนวเพื่อให้น้ำเข้า เอาไว้ตักรดน้ำต้นไม้)
เคยคิดจะลองโดดข้ามดู แต่ปู่ห้ามไว้ทัน เพราะเราตัวเล็กเดี๋ยวข้ามไม่พ้น ตกลงไปขาแข้งหักพอดี
รอบๆบ้านปู่จะเป็นทุ่งนา แล้วตัวบ้านก็จะอยู่ติดกับคลองเล็กที่ปู่ขุดต่อเข้ามาจากคลองใหญ่
เพื่อเอาน้ำไปใช้ในสวน แล้วจะมีระเบียงเล็กๆยื่นออกไป เวลาไปนั่งลมเย็นสบายมากๆ
เคยคิดว่าถ้ามาอยู่นานๆคงสบายดีนะ ปู่หากล้วยมาให้กิน ได้นอนหนุนตักย่า หุ หุ สุขใจ
แต่ก็ไม่เคยได้ค้างซักที และก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ความทรงจำดีๆ มีไว้แบ่งปัน
หวังว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คงแอบอมยิ้มกันบ้างนะคะ
อย่าเครียดกับชีวิตจนเกินไปนะ
A Brief Vacation
by
Taro Iwashiro