2007/Jul/10

จิบ จิบ

มาแล้วจ้ะ

นกเอาวิธีถนอมสายตาแบบที่จะทำให้ตาของเราอยู่กับเราไปนานๆ

และ การป้องกันสายตาจากการตาบอด

มาเริ่มกันเลยนะ

เป็นของนายแพทย์สำราญ วังศพ่าห์

.

หลักการปฏิบัติในการถนอมสายตา

1. กินอาหารให้ถูกต้อง

อาหารมื้อหนึ่งๆ ควรมีอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่และวิตามินให้ครบถ้วน

วิตามิน A จำเป็นสำหรับการสร้างโครงสร้างของเยื่อบุชั้นนอก (epithelium)

และของเซลล์ วิตามินเอเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีในชั้นจอตาขณะรับแสงสว่าง

.

การพร่องวิตามิน A

ทำให้มีอาการมองเห็นไม่ชัดในที่มืด (night blindness)

เยื่อหุ้มตาแห้ง กระจกตาแห้ง เป็นเกล็ดกระดี่ที่เยื่อหุ้มตากระจกตาเป็นแผลซึ่งทำให้

ตาบอดได้ในประเทศด้อยพัฒนา ภาวะพร่องวิตามินเอเป็นสาเหตุหนึ่งของตาบอด

ในวัยเด็ก แต่ถ้าได้รับวิตามินเอมากเกินพอ ผิวหนังและเยื่อหุ้มตาจะมีสีเหลือง

อาจมีอาการบวมของหัวประสาทตา มีเลือดออกที่จอตา

การพร่องวิตามิน D

อาจทำให้เป็นต้อแก้วตา เป็นโรคกระดูกอ่อน ตากระ-ตุก

การพร่องวิตามิน E

ทำให้กล้ามเนื้อตาบางมัดทำงานไม่ปกติ

การพร่องวิตามิน C

วิตามินเค ทำให้มีเลือดออกที่จอตา

การพร่องวิตามิน B1

ทำให้ประสาทตาเสื่อมและฝ่อลีบ

การพร่องวิตามิน Bรวม

ทำให้หลอดเลือดฝอยมารวมที่กระจกตาเพิ่มขึ้นหนังตาอักเสบ

มีอาการกลัวแสง สายตามัว

.

2. ควรตรวจสายตาเมื่อมีอาการปวดศีรษะ หรือ มองเห็นภาพไม่ชัดเจน

ควรตรวจตั้งแต่เด็กเริ่มเรียนหนังสือ และสวมแว่นตาตามแพทย์สั่ง

การไม่สวมแว่นตาในผู้ที่มีสายตาผิดปกติ

จะเป็นเหตุให้สายตามัวและถ้าทิ้งไว้นานตั้งแต่เด็ก

แม้ใช้แว่นช่วยก็ไม่ช่วยให้มองเห็นชัดขึ้นเพราะสายตาข้างนั้นไม่ได้ใช้งานมานาน

.

3. เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสว่างมากเกินควรควรสวมแว่นตาสีชาหรือสีดำ

เพื่อลดความแรงของแสงที่อาจทำอันตรายต่อตา

ผู้ที่ทำงานในที่ที่ใช้แสงสว่างมากเช่น การเชื่อมโลหะโดยใช้เปลวไฟที่ร้อนจัด

หรือใช้ประกายไฟฟ้าที่มีแสงออกมามากนั้น ควรสวมแว่นดำกันแสง

ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวัตถุร้อนอยู่ตลอดเวลาเช่น งานเป่าแก้ว ทำโซ่

ควรสวมแว่นตาดำเพื่อป้องกันไม่ให้แสงอินฟราเรดทำลายแก้วตา

มิฉะนั้นจะเกิดเป็นต้อแก้วตา ขณะดูสุริยคราสควรใช้แว่นสีดำมืดสวม

หรือดูจากเงาสะท้อนในน้ำ อย่าดูด้วยตาเปล่า

ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์เข้าไปเผาทำลายประสาทจอตา

.

4. ผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม

เกี่ยวกับการกลึงของ หรือต้มสารที่เป็นกรดหรือเป็นด่าง

ควรสวมแว่นตาป้องกันไอกรดด่าง หรือป้องกันผงที่กระเด็นจากการกลึงไม่ให้เข้าตา

.

5. ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสกับดวงตา

ไม่ควรใช้สิ่งสกปรกเช็ดตา

ทั้งนี้เพื่อป้องกันเชื้อโรครวมทั้งเชื้อราไม่ให้เข้ามาทำอันตรายลูกตา

.

6. ไม่จำเป็นต้องล้างตาเป็นประจำ

เพราะน้ำตาของคนเราจะไหลล้างชำระอยู่ตลอดเวลา

น้ำตาเป็นน้ำสะอาดภายในมียาฆ่าเชื้อโรคอยู่แล้ว

การล้างตาจะทำให้ความเข้มข้นของน้ำตาอ่อนลง

ยาล้างตาบางชนิดอาจมีความสมดุลของกรดด่างไม่พอเหมาะ

ถ้ามีมากไปจะรบกวนลูกตา การล้างตาจะทำในรายที่ต้องการล้างเอาผงหรือขี้ตา

หรือสิ่งสกปรกอื่นออก

.

7. ไม่จำเป็นจะต้องกลอกตาไปมาเพื่อออกกำลังให้ลูกตา

เพราะโดยปกติแล้วกล้ามเนื้อกลอกตาทำงานหนักอยู่แล้วตลอดเวลาตื่น

ควรพักสายตาด้วยการหลับตาหรือมองไปไกลๆ ดีกว่า

.

8. สิ่งที่เป็นพิษเป็นอันตรายต่อลูกตาควรละเว้น

เช่น พิษจากบุหรี่ประเภทยาเส้นซึ่งทำให้ประสาทตาเสีย

ยาหลายชนิด เช่น ควินิน สุราที่กลั่นไม่บริสุทธิ์ เหล่านี้จะทำอันตรายประสาทตาได้

.

9. การอ่าน เขียน หรือทำงาน

ควรอ่าน เขียน หรือทำงานที่ละเอียดในที่ที่มีแสงสว่างพอเหมาะและเพียงพอ

การดูโทรทัศน์ควรดูในที่มีแสงสว่าง เพราะแสงสว่างที่เกิดขึ้น

เมื่ออิเล็กตรอนวิ่งมากระทบจอภาพนั้นลูกตาสามารถดูได้

โดยไม่ต้องปรับสายตาต่อความมืด

มีบางคนเข้าใจผิดว่าการดูโทรทัศน์จะเห็นได้เมื่อตาต้องปรับสายตาเหมือนกับดูในที่มืด

ควรดูในระยะห่างจากจอภาพอย่างน้อย ๕ เท่าของความกว้างของจอภาพ

.

ส่วนการป้องกันการตาบอดมีดังนี้

โรคและอาการต่างๆที่ควรระวัง ได้แก่

.

1. เมื่อกรดด่างหรือสารเคมีเข้าตา

ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่พอจะหาได้ทันที

อาจใช้น้ำประปาจากก๊อกก็ได้ การล้างตาในรายอย่างนี้ต้องล้างให้มากที่สุด

และนานราว ๕ นาที หลายๆ ครั้ง แล้วจึงไปพบจักษุแพทย์

.

2. เมื่อมีอันตรายที่ตาไม่ว่าลูกตาจะเป็นแผลหรือไม่เป็นก็ตาม

อย่าใส่ยาอะไรทั้งหมด ควรใช้ผ้าหรือกระดาษสะอาดปิดตาแล้วไปพบแพทย์

.

3. อาการตาแดง ปวดตา เห็นดวงไฟมีแสงรุ้งรอบ มองเห็นภาพไม่ชัด

มองเห็นมืดลง เหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

.

4. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง โรคเลือด โรคเรื้อน

อาจมีโรคแทรกทางตาเกิดขึ้นได้

ผู้ป่วยโรคเหล่านี้แม้ยังไม่มีอาการของสายตาก็ควรให้จักษุแพทย์ตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง

เพื่อป้องกันการตาบอดจากโรคแทรกที่ตา

ซึ่งถ้าเกิดเป็นแล้วมักทำลายประสาทตาให้ตาบอด

และถ้าโรคเป็นมากแล้วรักษาให้หายยาก จึงควรป้องกันตั้งแต่ต้น

.

5. ผู้ที่อายุเลย ๔๐ ปีไปแล้ว

ควรตรวจเพื่อป้องกันโรคต้อหิน โรคต้อหินชนิดเรื้อรังนั้น

เมื่อเริ่มเป็นผู้ป่วยไม่มีอาการผิดปกติมากจึงมักไม่รู้ตัว

จะรู้ตัวว่าเป็นหรือมีอาการก็ต่อเมื่อโรคนั้นเป็นมากแล้ว

.

6. ควรตรวจสายตาตนเองเป็นครั้งคราว

โดยปิดตาดูทีละข้างว่าสายตาสองข้างเห็นเท่ากันหรือไม่หรือข้างหนึ่งข้างใดไม่เห็น

ตาอยู่ด้านหน้าของใบหน้าและตาทั้งสองข้างทำงานพร้อมกัน

ถ้าไม่ปิดดูก็ยังคงคิดว่าแต่ละข้างยังทำงานได้ดี

.

เป็นวิธีที่น่าลองทำไม่ทั้งหมดแต่บางข้อก็ยังดีเนอะ

การป้องกันตาบอด ข้อ5 เนี่ยยังทำไม่ได้ เพราะอายุยังน้อย อิ อิ

.

ปล.คิดถึงคนอ่านจัง^_^


Title: หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

Artist: Bird ธงไชย แมคอินไตย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นกจ๋า แล้วถ้าความรักทำให้คนตาบอดอ่ะรักษาไงดี......อิอิ

ช่วงนี้ตามัวๆอ่ะ ทำไง ทำไง

คิดถึงนะคะ คิดถึงจริงจะ 2 เดือนแล้วนะ
#1  by  @พักใจ At 2007-07-10 21:47, 
เพลงเพราะจังเลยค่ะ..
ไม่ได้ยินมานานแล้ว
#2  by  ~*MaGiC_GirL*~ At 2007-07-10 21:57, 
แหะๆ
ตอนนี้ตาบอดเต็มๆเลยล่ะค่ะ
ความรักเข้าตาน่ะ
#3  by  sofa At 2007-07-10 22:00, 
ขอบคุณค่ะ ^^
#4  by  @ I'm a Box @ At 2007-07-10 22:25, 
ที่ว่ามาก็จริงนะคะ ... อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ เพราะยังไงก็ลูกตาเรา
#5  by  i 2 k n o w ++ At 2007-07-11 08:13, 
ช่อง 3 มีแต่ละครที่พระเอกหรือนางเอกตาบอดนะช่วงนี้
ตาสำคัญจริงๆค่ะ
#6  by  แมงปอ At 2007-07-11 09:44, 
BG สวยจังค่ะ ชอบๆๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ เลยตระหนักได้ว่าพักนี้ใช้งานสายตาหนักเหมือนกัน ได้เวลาดูแลมันบ้างละ +_+
#7  by  ^K@ew^ At 2007-07-11 19:37, 
Entry นี้ แอบรู้ใจ แฮะ ^^
เพราะ สายตา สั้นมากกกกกกกกกกก เอียงอีกตังหาก
เลยต้องกลายเป็น ยัยแว่น เลย
ขอบคุณ สำหรับความรู้ มากมาย นะคะ
ปล. เพลงเพราะ มากมายค่า ชอบเพลงนี้ มากๆ ความหมายดี สุดๆ
#8  by  WhoAmI At 2007-07-12 00:18, 
เหอะ ๆ ขอบคุณมาก ๆ น๊า

งี๊เราสายตาสั้นต้องดูแลเพิ่มเติมป่ะ
#9  by  LonELy DRaGoN At 2007-07-12 14:22, 
มีอีกวิธีหนึ่งคือ หลับตา เป็นการพักสายตาหลังจากจดจ้องกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน

ไม่ได้ยินเพลงนี้ในเวอร์ชั่นป๋าเบิร์ดนานมาก
#10  by  KimBerrY At 2007-07-12 14:47, 
ฉันคงได้สายตาแย่แน่เลยเธอ หงิง
#11  by  cadenzato At 2007-07-14 01:21, 

<< Home